collapse

ผู้เขียน หัวข้อ: การดูดเสมหะก่อนการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ siritidaphon

  • FOUNDER MEMBER
  • *
  • กระทู้: 2,542
  • Total likes: 1007
  • คะแนนพิเศษ: +1/-0
การดูดเสมหะก่อนการให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 02:48:26 PM »
การดูดเสมหะก่อนการให้อาหารสายยาง

การดูดเสมหะก่อนการให้อาหารทางสายยางเป็นขั้นตอนที่ "สำคัญและจำเป็นมาก" ครับ เพราะหากผู้ป่วยมีเสมหะค้างอยู่ในหลอดลมปริมาณมาก จะทำให้หายใจลำบาก ไอ หรือกระสับกระส่าย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการ "สำลักอาหารลงปอด" อย่างรุนแรงระหว่างให้อาหารได้

หลักการและขั้นตอนที่ถูกต้องในการดูแลครับ:

1. ทำไมต้องดูดเสมหะ "ก่อน" ให้อาหาร?
ป้องกันการอาเจียน: หากเราให้อาหารจนเต็มกระเพาะแล้วมาดูดเสมหะทีหลัง แรงไอจากการกระตุ้นขณะดูดเสมหะจะทำให้ผู้ป่วยขย้อนอาหารออกมาและสำลักได้ง่ายมาก

ช่วยให้หายใจสะดวก: เมื่อทางเดินหายใจโล่ง ผู้ป่วยจะสงบลง ลดการหอบเหนื่อย ทำให้ร่างกายรับอาหารได้ดีขึ้น

ความปลอดภัย: ลดโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจากเสมหะจะถูกสำลักลึกลงไปในปอดพร้อมกับอาหาร


2. ขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้อง

ประเมินผู้ป่วย: ฟังเสียงหายใจ หากมีเสียงครืดคราด หรือเห็นเสมหะในคอ ให้ทำการดูดทันที

ดูดเสมหะ: ดำเนินการตามเทคนิคปลอดเชื้อ (Sterile technique) โดยดูดในปากและลำคอ (หรือผ่านท่อช่วยหายใจถ้ามี) ให้เรียบร้อยจนเสียงหายใจใสขึ้น

พักฟื้น: หลังดูดเสมหะเสร็จ ควรให้ผู้ป่วยพักประมาณ 15–30 นาที เพื่อให้ผู้ป่วยหายเหนื่อยและกลับสู่สภาวะปกติก่อนเริ่มให้อาหาร

จัดท่า: เมื่อจะให้อาหาร ให้ปรับเตียงศีรษะสูง 30–45 องศาตามมาตรฐาน


3. ข้อควรระวัง "ห้ามดูดเสมหะหลังให้อาหารทันที"

หลังให้อาหารเสร็จใหม่ๆ กระเพาะจะขยายตัวและมีอาหารอยู่เต็ม หากดูดเสมหะในช่วงนี้ การสอดสายดูดจะไปกระตุ้น Gag Reflex (การขย้อน) ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนพุ่งออกมาทันที

หากจำเป็นจริง ๆ: หากหลังให้อาหารผู้ป่วยมีเสมหะอุดตันจนหายใจไม่ได้ ให้ดูดด้วยความระมัดระวังที่สุด โดยดูดเฉพาะในปากเบาๆ และหลีกเลี่ยงการสอดสายลงไปลึกถึงคอหอย


4. ตารางสรุปการจัดการเสมหะกับการให้อาหาร

ช่วงเวลา                            การปฏิบัติ                                       เหตุผล
ก่อนให้อาหาร                   ควรทำอย่างยิ่ง                   เพื่อทางเดินหายใจโล่ง ป้องกันการสำลัก
ระหว่างให้อาหาร        หยุดให้ทันที แล้วดูดเสมหะหากจำเป็น   กรณีผู้ป่วยไอหรือสำลักอาหาร
หลังให้อาหาร (1 ชม.)   หลีกเลี่ยง                                  ป้องกันการอาเจียนและการไหลย้อนของอาหาร


💡 เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับผู้ดูแล

หากผู้ป่วยมีเสมหะเหนียวข้น ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการให้น้ำเปล่า (Flush) เพิ่มขึ้น หรือการใช้วิธีเคาะปอดก่อนดูดเสมหะ เพื่อให้ระบายเสมหะได้ง่ายขึ้น

ตรวจสอบว่าเครื่องดูดเสมหะพร้อมใช้งานและมีแรงดูดที่เหมาะสม ไม่แรงจนเกินไปจนทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจบาดเจ็บ

 

* Calendar

มกราคม 2026
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 [23] 24
25 26 27 28 29 30 31