collapse

ผู้เขียน หัวข้อ: การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายยางให้อาหารสายยาง  (อ่าน 14 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 8 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ siritidaphon

  • FOUNDER MEMBER
  • *
  • กระทู้: 2,554
  • Total likes: 1007
  • คะแนนพิเศษ: +1/-0
การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายยางให้อาหารสายยาง

การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยาง ต้องทำควบคู่กันทั้ง "เทคนิคการให้" และ "ความสะอาด" ครับ หากละเลยจุดใดจุดหนึ่งไปเพียงนิดเดียว อาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

กลยุทธ์ 4 ด้านเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพครับ:

1. ป้องกันการสำลัก (Aspiration Prevention)

นี่คือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด (ปอดอักเสบจากการสำลัก)

ท่าทางคือหัวใจ: ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา ทุกครั้ง และ "ห้ามปรับนอนราบ" จนกว่าจะผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมงหลังให้อาหารเสร็จ

เช็กตำแหน่งสายเสมอ: ก่อนเริ่มให้ ต้องมั่นใจว่าปลายสายยังอยู่ในกระเพาะ (ดูขีดที่สาย หรือดูดน้ำย่อยมาเช็ก) หากผู้ป่วยไอแรงๆ ระหว่างให้ ให้หยุดทันที

ความเร็วในการให้: ปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ อย่าใช้ลูกสูบดันแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดแรงดันสะท้อนกลับจนขย้อนออกมาได้


2. ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (Infection Control)

อาหารต้อง "สุกและสด": อาหารปั่นต้องต้มสุก 100% และไม่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หากแช่เย็นไว้ต้องอุ่นให้เป็นอุณหภูมิห้องก่อนให้

อุปกรณ์ต้อง "ลวก": ไซริงค์และแก้วใส่อาหาร หลังล้างด้วยน้ำยาล้างจานแล้ว ควรลวกน้ำร้อน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

ล้างมือผู้ดูแล: นี่คือจุดที่คนมักมองข้าม มือของผู้ดูแลคือตัวนำเชื้อโรคที่ดีที่สุด ควรล้างมือก่อนสัมผัสสายยางทุกครั้ง


3. ป้องกันสายยางอุดตัน (Tube Patency)

สายยางที่ตันอาจทำให้ต้องเจ็บตัวเปลี่ยนสายใหม่บ่อยๆ

Flush น้ำเปล่า: ต้องใช้น้ำเปล่าต้มสุก 30-50 ml ล้างสายทั้ง "ก่อน" และ "หลัง" ให้อาหารหรือยาทุกครั้ง

ยาต้องละลายละเอียด: หากต้องให้ยาทางสายยาง ต้องบดให้ละเอียดมากและละลายน้ำจนไม่มีตะกอน และควรแยกให้ยาทีละชนิด (ห้ามบดรวมกัน) เพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่ทำให้ยาจับตัวเป็นก้อน


4. ป้องกันปัญหาผิวหนังและช่องปาก (Skin & Oral Care)

ลดแผลกดทับ: เปลี่ยนตำแหน่งการติดพลาสเตอร์ที่จมูกบ่อยๆ เพื่อไม่ให้สายกดปีกจมูกที่เดิมซ้ำๆ จนเป็นแผล

ความสะอาดรูเปิด (กรณีสายหน้าท้อง): เช็ดทำความสะอาดรอบแผลด้วยน้ำเกลือ (NSS) และต้องซับให้ "แห้งสนิท" เพื่อป้องกันเชื้อรา

ดูแลช่องปาก: แปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดปากและลิ้นวันละ 2 ครั้ง แม้ไม่ได้ทานทางปาก เพื่อลดแบคทีเรียที่จะสำลักลงไปในปอด

📊 ตารางเช็คลิสต์: ลดความเสี่ยงรายวัน

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ                         ความถี่                   ประโยชน์

ปริมาณอาหารค้าง (Residual)   ทุกมื้อก่อนเริ่ม   ป้องกันท้องอืด/สำลักอาหารมื้อเก่า
ตำแหน่งพลาสเตอร์ที่จมูก           ทุก 2-3 วัน           ป้องกันแผลกดทับและสายเลื่อน
ความสะอาดของช่องปาก           เช้า - เย็น           ลดความเสี่ยงปอดติดเชื้อ
น้ำหนักตัวผู้ป่วย                   สัปดาห์ละครั้ง   ประเมินว่าสารอาหารเพียงพอหรือไม่

💡 เคล็ดลับ

ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจมาในรูปแบบของ "อาการเงียบ" เช่น ผู้ป่วยซึมลง หรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งอาจหมายถึงการติดเชื้อที่ปอดจากการสำลักทีละนิด (Silent Aspiration) การสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยที่เปลี่ยนไปจึงสำคัญพอๆ กับการดูแลสายยางครับ

 

* Calendar

กุมภาพันธ์ 2026
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 [11] 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28